สมัยก่อนผู้บังคับการกองปราบฯ ลั่น รับมิได้เห็นคลิป คฝ.กระทืบประชากรมือเปล่า

ร้านพวงหรีด ดอกไม้สด aorest เสนอข่าว  วันนี้ (11 ส.ค. 64) พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และ อดีตผู้บังคับการกองปราบปรามแสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ต่อการบริหารจัดการผู้ชุมนุมช่วงที่ผ่านมาว่า หลังได้เห็นคลิปวิดีโอ ตำรวจกองกำลังควบคุมฝูงชน (คฝ.) กรูกันเข้ารุมกระทืบประชาชนมือเปล่าแล้วรับไม่ได้จริงๆ และ อีกคลิปที่ตะโกนสั่งด้วยอารมณ์เดือดดาลให้นักข่าวมาเก็บภาพตำรวจที่โดนยิงอ้างว่าประชาชนทำนั้นแย่มาก สื่อมวลชนทำหน้าที่ของเขาตามหลักจรรยาบรรณวิชาชีพ ต้องไม่ก้าวก่ายกัน ถามตัวเองก่อน เราตำรวจปฏิบัติหน้าที่ตามจริยธรรมตำรวจ ตามหลักสากลที่นานาอารยประเทศเขาทำกันแล้วหรือยัง

นอกจากนี้ อดีตผู้บังคับการกองปราบปราม ยังระบุว่า การชุมนุม ถือเป็นสิทธิเสรีภาพของปวงชนชาวไทยตามรัฐธรรมนูญ และการชุมนุมที่กระทำโดยสงบ ปราศจากอาวุธ ยิ่งย่อมเป็นสิทธิอันพึงมีของปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ไม่มีกฎหมายใดที่จะมาห้ามการชุมนุมดังกล่าว ถึงแม้รัฐเองจะอ้าง ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.ก. หรือ พ.ร.บ.ใดๆ ก็ตาม แต่รัฐจะต้องใช้ในการควบคุมเท่านั้นมิใช่ใช้ในการปราบปราม ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้รับผิดชอบ จะต้องอำนวยความสะดวก และจัดให้มีพื้นที่การชุมนุม ตามที่ผู้ชุมนุมร้องขอ จากเหตุการณ์หรือคำร้องต่างๆ ซึ่งความผิดถ้าจะมี ก็คือต้องเกิดจากการที่การชุมนุมนั้นไม่เป็นอย่างที่ขอ

“แต่ในการชุมนุม 2 ครั้งล่าสุด เรากลับพบว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้มาตรการหนัก ห้ามไม่ให้เกิดการชุมนุมโดยเด็ดขาด กองกำลังควบคุมฝูงชนของรัฐได้ใช้ยุทธวิธีตำรวจเปิดฉากปิดและยึดคืนพื้นที่จากผู้ชุมนุมด้วยเครื่องไม้เครื่องมือสารพัด ยิ่งในการสลายผู้ชุมนุม ก็มีอาวุธปืนลูกยาง ปืนยิงแก๊สน้ำตา ซึ่งใช้อย่างผิดหลักสากล มิหนำซ้ำยังเปิดฝ่ายเปิดฉากยั่วยุให้มวลชนปะทะ นี่คือความผิดพลาดอย่างยิ่งของการทำหน้าที่ตำรวจ

 

“เท่าที่ติดตามการชุมนุม ผมได้พบว่า ตำรวจจะทำเพียงการประกาศเตือนว่าผู้ชุมนุมได้กระทำการฝ่าฝืนกฎหมายและจะมีการปราบปรามจับกุม จากนั้นก็เริ่มปฏิบัติการทันที โดยที่มิได้มีการเข้าเจรจาพูดคุยกับกลุ่มผู้ชุมนุมในรูปแบบอื่น กรณีดังกล่าวนี้ ในฐานะที่เคยเป็นทั้งผู้ปฏิบัติและผู้ควบคุมฝูงชนมาก่อน ตลอดจนเคยเป็นผู้ฝึกสอนในวิชาดังกล่าวด้วย เห็นว่าเป็นการลัดขั้นตอนการปฏิบัติของชุดควบคุมฝูงชน มิได้ดำเนินการจากเบาไปสู่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง อันน่าจะขัดต่อหลักการสากล ตลอดจนในเรื่องสิทธิมนุษยชนด้วย”

พล.ต.ต.สุพิศาล ระบุอีกว่า การชุมนุมโดยปราศจากอาวุธคือหลักการพื้นฐานที่ทั่วทั้งโลกมีให้การรับรอง และประชาชนผู้มาชุมนุมนั้นบริสุทธิ์ เป็นผู้ทรงสิทธิ นี่คือหลักแรกที่รัฐจะต้องเข้าใจและบริการอำนวยการจัดการ หากรัฐบาลจะยังใช้อำนาจในการจัดการกับการชุมนุมที่เห็นต่างและทุกข์ร้อนจากการบริหารจัดการของรัฐ ตำรวจควรจะต้องดูแลผู้ชุมนุมเพื่อตอบสนองความต้องการในข้อเรียกร้องและมีการเจรจาเท่านั้น แต่ที่ผ่านมามิได้กระทำตามตามนั้น เช่นที่ปรากฏ ทั้ง 2 ครั้ง กลับใช้ความรุนแรงด้วยการมีอาวุธและยุทโธปกรณ์ที่เหนือกว่าเข้าปราบปรามโดยอ้างว่าชอบธรรม และเหตุเช่นนี้เองที่จะทำให้ผู้ชุมนุมซึ่งมาด้วยความบริสุทธิ์ระบายอารมณ์ และทำลายทรัพย์สินของทางราชการ ดังที่ปรากฏ เช่น ป้ายสีชื่อองค์กร การเผาตู้ยาม และอาจจะถึงการเผาสถานีตำรวจอย่างเช่นในอดีตที่ผ่านมา และอันนี้ถือได้ว่า เป็นการทำลายประเทศชาติด้วยน้ำมือของรัฐบาลเองใช่หรือไม่

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์เผาทรัพย์สินของทางราชการที่เกิดขึ้น เป็นสิ่งที่รัฐบาลเองโดยเฉพาะกองบัญชาการตำรวจนครบาล ควรจะดำเนินการสืบสวนให้ได้ความแน่ชัด ว่ากลุ่มผู้กระทำผิดดังกล่าวเป็นใครกันแน่ เพราะการเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ มิใช่เกิดขึ้นโดยบังเอิญอย่างแน่นอน จากประสบการณ์ที่ผ่านมา สามารถเรียนรู้ได้ว่า ผู้กระทำการที่อยู่เบื้องหลังของเหตุการณ์ดังกล่าวมีวัตถุประสงค์จะให้เกิดเหตุการณ์อย่างไรเกิดขึ้น นี่ยังไม่นับการตอบโต้กลับของผู้ชุมนุมจากการใช้ความรุนแรงของเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว และในการหากลุ่มผู้กระทำผิดก็ต้องแยกให้ชัดในสองเหตุนี้ด้วย

 

“ในฐานะอดีตข้าราชการตำรวจผู้เคยปฏิบัติงาน เห็นว่าจากสถานการณ์ที่เป็นอยู่ตอนนี้ ถึงเวลาแล้วที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ควรที่จะทบทวนการทำงานให้เป็นไปด้วยหลักการสากล การใช้ข้อกฏหมายระเบียบที่ชอบด้วยกฏหมาย หลักสิทธิมนุษยชนรวมถึงมนุษยธรรม โดยต้องเจรจาก่อนเป็นสำคัญ จะได้รู้ความต้องการของประชาชน อันเป็นผู้ทรงสิทธิขั้นพื้นฐานที่รัฐต้องบริการ

“ถึงเวลาแล้วที่ต้องปฏิรูปตำรวจขนานใหญ่ ให้เป็นตำรวจที่มีหัวใจประชาธิปไตย อำนวยความสะดวกให้ประชาชน มิใช่ขัดขวางสิทธิที่ประชาชนมี อย่างการปราบปราม จับกุม ใช้กฎหมายสารพัดจัดการเหมือนเห็นประชาชนเป็นศัตรูแบบที่ทำอยู่ในเวลานี้ เกียรติยศศักดิ์ศรีของตำรวจควรได้รับการฟื้นฟู ออกมาเดินดู มารับฟังประชาชนบ้างว่า วันนี้ ประชาชนเขามอง เขารู้สึกอย่างไรกับตำรวจ” พล.ต.ต.สุพิศาล ระบุ

 

10 สถิติของ “ลิโอเนล เมสซี” กับ บาร์เซโลนา หลังจากย้ายซบ PSG

ลิโอเนล เมสซี ดาวเตะระดับซูเปอร์สตาร์ชาวอาร์เจนตินา ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของกีฬาชนิดนี้

เกียรติยศในแง่รางวัลทั้งกับสโมสรและราวัลส่วนตัวนั้นมากมาย ซึ่งรวมถึงรางวัล บัลลงดอร์ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 6 สมัยด้วย

“เมสซี” จำต้องอำลาสโมสรไป แต่คงไม่มีอะไรที่ต้องเสียใจเพราะเขาเดินออกมาในฐานะผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล พร้อมกับฝากความทรงจำและประวัติศาสตร์เอาไว้มากมาย ที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีก็คงยากที่จะมีใครมาลบเลือนมันลงไปได้

นี่คือ 10 สถิติที่ ลิโอเนล เมสซี ฝากเอาไว้ใน คัมป์ นู แห่งนี้ หลังจากที่เข้าย้ายไปร่วมทีมใหม่อย่าง ปารีส แซงต์ แชร์กแมง เป็นที่เรียบร้อย

1) ดาวซัลโวตลอดกาล: เมสซี เป็นผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลของ บาร์เซโลนา ด้วยสถิติ 672 ประตู

2) ลงเล่นมากที่สุด: เขาลงเล่นให้สโมสร 778 นัด มากกว่าอันดับสอง ชาบี เอร์นานเดซ อยู่ถึง 11 นัด

3) ทำประตูได้มากที่สุดให้กับสโมสรเดียว: จำนวน 672 ประตูในทุกการแข่งขันของเขา นั้นมากกว่าใคร

4) ประตูที่ทำได้มากที่สุดในฤดูกาลเดียวในทุกการแข่งขัน: ชาว อาร์เจนตินา ยิงได้ 73 ประตูในฤดูกาล 2011/12

5) ดาวซัลโว เอล กลาซิโก้: เมสซี ยิงประตูใส่ เรอัล มาดริด คู่แข่งตลอดกาลของพวงเขาได้ถึง 26 ประตู

6) แฮตทริคมากที่สุด: กองหน้ารายนี้ทำแฮตทริกได้ 48 ครั้ง ซึ่งถือว่ามากที่สุดเท่าที่เคยมีมา

7) ประตูที่ทำได้มากที่สุดในปีปฏิทินเดียว: ในปี 2012 เขามีสถิติการทำประตูอันแสนอัศจรรย์ด้วยจำนวนรวม 91 ประตู ซึ่งไม่ใช่แค่สถิติของสโมสรเท่านั้น แต่ยังเป็นสถิติโลกลง กินเนสส์ บุ๊ค อีกด้วย

8) ประตูที่ทำได้มากที่สุดจากการยิงฟรีคิก: นักเตะวัย 34 ปีรายนี้ยิงได้ 50 ประตูจากฟรีคิก

9) ประตูในบ้านมากที่สุดเกมเหย้ามากที่สุดในฤดูกาลเดียว: เมสซี ฝากผลงานไว้ 46 ประตูที่ คัมป์ นู ในทุกการแข่งขันในฤดูกาล 2011/12 – ซึ่งมากที่สุดในหมู่ผู้เล่น บาร์เซโลนา

10) ประตูสูงสุดที่ทำได้ในรายการ โจน กัมเปร์: ด้วยจำนวนรวม 9 ประตู

งานผลิออกอีก! บาร์เซโลน่า กุมขมับโดยทันที “อเกวโร่” เจ็บจำต้องพักยาว 3 เดือน

บาร์เซโลน่า สมาคมยักษ์ใหญ่ที่ ลาลีกา ประเทศสเปน จำต้องเจอกับข่าวร้ายตลอดปัจจุบัน เซร์คิโอ อเกวโร่ แผงหน้ากลุ่มชาติอาร์เจนว่ากล่าวน่า ที่พึ่งจะย้ายมาร่วมทีมจำต้องโชคร้ายได้รับบาดเจ็บหนัก จากการรายงานของ 90min.com เว็บไซต์ดังในโลกลูกหนัง

โดย ดาวเตะฟ้าขาววัย 33 ปี เพิ่งย้ายจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาร่วมทีมแบบไม่มีค่าตัวเมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา ก่อนประเดิมสนามในเกมฝึกซ้อมพบกับ ยูเวนตุๆส แล้วได้รับบาดเจ็บซึ่งเบื้องต้นกลุ่มคาดว่าควรต้องใช้เวลาพัก 3-4 อาทิตย์

อย่างไรก็ตามผลสแกนจากกลุ่มแพทย์เปิดเผยว่า เจ้าตัวได้รับบาดเจ็บเอ็นรอบๆน่อง ซึ่งจำต้องใช้เวลาสำหรับในการรักษานานถึง 3 เดือน (ราว 10 อาทิตย์) นั่นพอๆกับว่าเจ้าตัวจะฟิตกลับมาลงสู่สนามช่วยกลุ่มได้จำต้องรอคอยถึงช่วงพฤศจิกายน อย่างยิ่งจริงๆ

สำหรับ บาร์เซโลน่า มีโปรแกรมหนักในช่วงก่อนถึงพฤศจิกายน โดยจะมีทั้งเกมที่จำต้องไปเยือน แอต.มาดริด, เยือน เรอัล มาดริด แถมในช่วงฤดูกาลนี้กลุ่มยังจำต้องมาเสีย ลิโอเนล เมสซี่ แผงหน้ากัปตันกลุ่มคนเก่งหลังเผชิญกับปัญหาด้านการเงินอย่างมากไม่สามารถต่อสัญญากับแข้งสำคัญได้ถึงแม้เจ้าตัวจะยอมลดค่าตอบแทนลงถึง 50 เปอร์เซ็นต์แล้วก็ตาม

ด้าน โรนัลด์ คูมัน ผู้จัดการทีมฟุตบอลเปิดเผยว่า “มันแย่ที่เขาได้รับบาดเจ็บในเช้าวันนี้ ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา เขาฝึกหัดเจริญ รวมทั้งเขาสามารถมีส่วนสำคัญอย่างมากต่อกลุ่มที่จะก้าวไปข้างหน้าไปกับเรา”

คนงามได้เฮ! ปีทองของ “ฮุยเทมา” วันเดอร์คิดสาวแคนาดาซิวทองโอลิมปิก

นับว่าเป็นปีทองของสาวสวยยอดนักฟุตบอลคนนี้จริงๆสำหรับ ยอร์ดีน ฮุยเทมา วันเดอร์คิดแม่เนื้อนิ่มกลุ่มชาติแคนาดา

เมื่อล่าสุด กองหน้าวัย 20 ปี ร่วมสร้างประวัติศาสตร์กับกลุ่มชาติบอลหญิงแคนาดา คว้าเหรียญทองโอลิมปิกได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ด้วยการชนะในช่วงดวลจุดลูกโทษเหนือ กลุ่มชาติประเทศสวีเดน 3-2 ข้างหลังใน 120 นาทีเสมอกันแบบสุดใกล้เคียง 1-1

ซึ่งให้ย้อนไปก่อนหน้าโอลิมปิกจะเริ่ม ฮุยเทมาก็พึ่งครอบครองแชมป์บอลลีกหญิงของประเทศฝรั่งเศสกับต้นสังกัดอย่าง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง มาแล้ว กล่าวได้ว่าบรรลุเป้าหมายใน 2 รายการใหญ่ภายในฤดูกาลเดียวกันไปเลย

สำหรับ สาวน้อยฮุยเทมา เชื่อว่าแฟนกีฬาบอลหลายคนบางทีก็อาจจะพอรู้จักเธอ จากการที่เป็นหวานใจของ อัลฟอนโซ เดวีส์ ตัวขอบเส้นสุดจี๊ดของ บาเยิร์น มิวนิค ดีกรีกลุ่มชาติแคนาดา กล่าวได้ว่าตลอด 4 ปีที่ เดวีส์ รวมทั้ง ฮุยเทมา คบกัน ทั้งคู่นับว่าเป็นคนรักนักฟุตบอลระดับปรากฏการณ์ของชาวแคนาดาที่สื่อมวลชนสนใจเป็นอย่างมาก

ต้อนรับอบอุ่น! “เอริคเซ่น” เข้ารายงานตัวกับอินเตอร์ฯ

คริสเตียน อิริคบวงสรวง กลับมารายงานตัวกับ อินเตอร์ มิลาน พร้อมพบหน้าเพื่อนฝูงๆในทีม รอคอยประเมินว่ากลับมาลงไปในสนามได้หรือไม่

คริสเตียน อิริคบวงสรวง เดินทางกลับมาพบหน้าเพื่อนฝูงๆใน อินเตอร์ มิลาน เป็นหนแรกตั้งแต่แมื่อที่เกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ก่อนที่จะเข้ารับการตรวจว่าเขาจะกลับมาลงไปในสนามได้หรือไม่

อินเตอร์ มิลาน คำชี้แจงรับรองการกลับมาของ เอริคบวงสรวง สู่สมาพันธ์เป็นครั้งแรกตั้งแต่แมื่อเกิดเหตุการณ์ระทึก หัวใจหยุดเต้นระหว่างเกมยูโร 2020 ที่รับใช้ เดนมาร์ก ในเกมพบ ฟินแลนด์ เมื่อวันที่ 12 เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากทุกคนที่สมาพันธ์ อย่างไรก็ตาม ต่อจากนี้นักฟุตบอลจะกลับไปรักษาตัวต่อที่วัวเปนเฮเก้นคำชี้แจงจากสมาพันธ์ระบุ “อิริคบวงสรวง ที่ทักผู้จัดการทีม ผู้ฝึกสอน เพื่อนฝูงร่วมทีมและสตาฟฟ์ทุกคนที่นั่น สบายดีและสภาพร่างกายกับจิตใจของเขาก็ดีเลิศ”

“อิริคบวงสรวง จะปฏิบัติตามโปรแกรมฟื้นฟูร่างกายตามที่แพทย์ชาวเดนมาร์กเสนอ ซึ่งพวกเขาจะรอติดต่อประสานงานการดูแลรักษาที่จะตามมาและจะรอแจ้งข้อมูลให้ฝ่ายแพทย์ของ อินเตอร์ ทราบ”

ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา มีกล่าวว่า ในกรณีของ เอริคบวงสรวง อาจไม่ได้รับอนุญาตให้ลงเล่นฟุตบอลในอิตาลี ถ้าเกิดมีการฝังเครื่องกระตุกหัวใจในร่างกาย เนื่องจากว่ากฎของฟุตบอลอิตาลีห้ามไม่ให้นักฟุตบอลที่มีเครื่องมือดังกล่าวข้างต้นในตัวลงไปในสนาม แตกต่างจากลีกอื่นของยุโรป

ขอขอบคุณมาก

ผู้จัดงานสุดช้ำ! ประเทศสเปน เฉือน ประเทศญี่ปุ่น ต่อเวลา 1-0 ทะลุชิงทองคำลูกหนังโอลิมปิก

การแข่งขันบอล โอลิมปิกเกมส์ 2020 รอบรองชนะเลิศ ระหว่าง “ซามูไรบลู” ทีมชาติประเทศญี่ปุ่น พบกับ “วัวกระทิงดุ” ประเทศสเปน ที่สนามไซตามะ สเตเดี้ยม เมื่อวันอังคารที่ 3 ส.ค. 2564

เริ่มเกมมาเพียง 6 นาที ประเทศสเปน เกือบจะได้ทางออกนำ ดานี่ โอลบด ดึงขึ้นทางซ้ายก่อนเปิดเข้าจุดโทษบอลเลยไปถึง ไม่เกล เมริโน่ ได้โหม่งจ่อๆผ่านคานออกหลังไป

นาทีที่ 11 เจ้าถิ่นเกือบจะได้เช่นเดียวกันจากจังหวะที่ ไดอิชิ ฮายาชิ ได้บอลหลุดเข้าจุดโทษก่อนซัดผ่านคานออกไป แม้กระนั้นจังหวะนี้ผู้ตัดสินเป่าย้อนหลังว่าเป็นลูกล้ำหน้าไปแล้ว
นาทีที่ 31 ทีมเยือนเกือบจะได้อีกครั้งจากจังหวะที่ ไม่เกล โอยาร์ซาบัล ได้บอลในจุดโทษก่อนสับไกด้วยขวาบอลพุ่งเหินผ่านคานออกหลังไปอีก

นาทีที่ 42 “ซามูไรบลู” ได้สวนบ้าง ทาเคฟุสะ ระอุโบะ ดึงบอลหลุดเข้าจุดโทษก่อนเปิดไปหน้าประตูให้ เรโอ ฮาตาเตะ ยิงจ่อๆติดแนวรับออกหลังไป หมดครึ่งแรกยังเท่ากัน 0-0

กลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง นาทีที่ 51 เจ้าของบ้านได้ช่องอีกครั้งจากจังหวะที่ เรโอ ฮาตาเตะ เก็บบอลได้ชื่อเสียงจุดโทษก่อนไหลให้ ไดอิชิ ฮายาชิ ซัดด้วยขวาหลุดเสาออกไปอย่างโชคร้ายนาทีที่ 56 เกมจำเป็นต้องหยุดเพราะว่าผู้ตัดสินเป่าจุดโทษให้กับ ประเทศสเปน หลังคิดว่า มายะ โยชิดะ ไปทิ่ม ไม่เกล เมริโน่ ล้มลง แม้กระนั้นหลังจากที่เช็ค VAR แล้ว ปรากฏว่า ปราการหลังประเทศญี่ปุ่น ทิ่มโดนบอลก่อน

นาทีที่ 76 “วัวกระทิงดุ” เกือบจะได้ประตูแบบสุดๆเปดรี เปิดบอลไปไถล อาโอะ ทานากะ บอลไปเข้าทาง ราฟา มีร์ ได้หลุดโดดเดี่ยวเข้าไปยิงด้วยขวาแม้กระนั้น โคเซะ ทานิ ออกมาบล็อกไว้ได้ทัน

ท้ายเกม ประเทศสเปน โหมบุกหนักรวมทั้งเกือบจะได้บ่อยครั้งจาก ไม่เกล โอยาร์ซาบัล รวมทั้ง ราฟา มีร์ แม้กระนั้นก็ยังไม่อาจจะจ่ายบอลเข้าไปตุงตาข่ายได้ จบ 90 นาที เท่ากัน 0-0 จำเป็นต้องยืดเวลาพิเศษออกไป 120 นาที
นาทีที่ 115 ประเทศสเปน มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ ไม่เกล โอยาร์ซาบัล จ่ายบอลเข้าจุดโทษให้ มาร์โก อเซนสิโอ้ พลิกแล้วปั่นด้วยซ้ายทิ่มเสาสองเข้าไปเด็ดขาด

จบเกม ประเทศสเปน เฉือนเอาชนะ ประเทศญี่ปุ่น ไปได้ 1-0 ผ่านเข้าสู่รอบชิงเหรียญทอง โดยจะไปพบกับ “แชมป์เก่า” ทีมชาติบราซิล ในวันเสาร์ที่ 7 ส.ค. นี้

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
ประเทศญี่ปุ่น (4-2-3-1) : โคเซะ ทานิ – ยูตะ นากายาม่า, โค อิตาระอุระ, มายะ โยชิดะ, ฮิโรกิ ซากาอิ – วาตารุ เอนโดะ, อาโอะ ทานากะ – เรโอ ฮาตาเตะ, ริตสึ โดอัน, ทาเคฟุสะ ระอุโบะ – ไดอิชิ ฮายาชิ
ประเทศสเปน (4-3-3) : อูไน ซิมอน – มาร์ค ฉันฉันเรย่า, เอริค การ์เซีย, เปา โคนร์เรส, ออสการ์ กิล – ไม่เกล เมริโน่, มาร์ติน ซูบิเมนดี้, เปดรี – ดานี่ โอลบด, ราฟา มีร์, ไม่เกล โอยาร์ซาบัล

ลีลล์ โค่น เปแอสเช 1-0 ซิวแชมป์ซูเปอร์ คัพ หนแรก

ลีลล์ โชว์ได้สมราคา แชมป์ ลีก เอิง ข้างหลังเอาชนะ กรุงปารีส แซงต์-แชร์กแมง ไปได้ 1-0 คว้าชัยชนะ เฟรนช์ ซูเปอร์คัพ ไปครอบครองเป็นยุคเเรก

การประลองฟุตบอล เฟรนช์ ซูเปอร์คัพ ที่สนามบลูมฟิลด์ สเตเดียม, เทล อาวีฟ (อิสราเอล) “ยี่ห้อหมา” ลีลล์ แชมป์ ลีก เอิง ประเทศฝรั่งเศส ดวลเดือดกับ กรุงปารีส แซงต์ แชร์กแมง แชมป์เฟรนช์ คัพ

ลีลล์ แชมป์ลีก เอิง ส่งคู่หอกเก่ง โจนาธาน เดวิด กับ บูรัค ยิลมาซ ส่วน กรุงปารีส แซงต์-แชร์กแมง แชมป์เฟร้นช์ คัพ มี เมาโร อีการ์ดี้ ยืนหน้าเป้าผลที่ตามมา ครึ่งแรกมาถึงนาทีที่ 45 ลีลล์ ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ บูรัค ยิลมาซ ส่งบอลให้ เชกา ตะบันด้วยขวาจากหน้าจุดโทษ บอลพุ่งเข้าไปตุงตาข่ายอย่างเด็ดขาด ก่อนจะจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้ครึ่งหลัง เป็น เปแอสเช ที่ครอบครองบอลได้มากกว่าอย่างได้ชัด จนกระทั่งนาทีที่ 71 เมาริซิโอ โปเชตติโน ต้องเปลี่ยนตัวส่ง จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม อดีตกองกลางลิเวอร์พูล ลงมาเพื่อหวังยกฐานะเกมดินแดนกึ่งกลาง

แล้วต่อจากนั้นนาทีที่ 74 เปแอสเช แทบตีเสมอ จากจังหวะที่ เมาโร อิคาร์ดี ยิงเข้าไปแล้ว แต่ว่าโดนผู้ตัดสินจับล้ำหน้า

ช่วงเวลาที่เหลือเปแอสเช อุตสาหะลุยใส่ ลีลล์ อย่างมาก แต่ว่าในที่สุดก็เจาะเข้าไปทำประตูไม่ได้ จบเกม ลีลล์ เป็นฝ่ายเอาชนะ 1-0 คว้าชัยชนะ โทรเฟ่ เดส์ ช็องปิย็องส์ หรือ เฟรนช์ ซูเปอร์คัพ ในปีนี้ไปครอบครอง ก่อนที่ลีก เอิง ฤดูใหม่จะเริ่มในสุดสัปดาห์หน้า

นายใหม่หน้าเก่า! “อัลเลกรี” หวนคุมทีมจนถึง “โรนัลโด้” คือกำลังสำคัญ ยูเวนเหม็นตุส

มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี ผู้จัดการทีมใหญ่ของสโมสร ยูเวนตุๆส ในศึก กัลโช่ เซเรีย อา ออกมายืนยันว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จะยังคงค้าแข้งใน ตูริน ต่อไป ท่ามกลางข่าวลือหัวข้อการย้ายกลุ่มก่อนคำสัญญาของเขาจะหมดลง ตามรายงานจาก แมนเชสเตอร์ อิฟนิงนิวส์

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รองแชมป์ พรีเมียร์ลีก เมื่อซีซั่นที่แล้วกลายเป็นข่าวสารเชื่อมโยงกับแนวรุกชาวโปรตุๆกีสมาตลอดตอนซัมเมอร์ ภายหลังที่มีรายงานว่าเจ้าตัวอาจต้องย้ายกลุ่มเพราะว่าปัญหาเกี่ยวกับทางการคลังของกลุ่ม เบียงโคเนรี และก็ผลงานที่ล้มเหลวจากฤดูกาลก่อน

อย่างไรก็ตาม อัลเลกรี ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้กลับมาปฏิบัติภารกิจผู้จัดการทีมของ ยูเวนตุๆส เป็นคำรบสองได้ยืนยันผ่านสื่อว่า เขายังคงอยากเก็บ โรนัลโด้ เอาไว้กับกลุ่มต่อไป โดยได้มีการพูดคุยกับผู้ครอบครองรางวัลบัลลงดอร์ 5 ยุคเป็นที่เป็นระเบียบแล้ว

“โรนัลโด้ เป็นผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่และก็เป็นคนฉลาดหลักแหลม ผมได้คุยกับเขาเมื่อวานนี้อย่างกับที่ทำกับคนอื่นๆผมบอกเขาว่านี่เป็นซีซั่นที่สำคัญและก็ผมดีใจที่ได้เจอกับเขาอีกรอบ ในขณะนี้เขาต้องรับผิดชอบเพิ่มขึ้นเรื่อยๆกว่าเดิม เนื่องจากว่า 3 ปีให้หลังพวกเราเป็นกลุ่มที่มีประสบการณ์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงเวลาที่มีนักเตะดาวรุ่งอยู่ในกลุ่มด้วย”

“ผมมุ่งมาดไว้มากมายกับเขาในเรื่องของความรับผิดชอบ เขามีสภาพร่างกายที่สุดยอดและก็ฟิตมากมาย มันมีช่วงเวลาที่ต่างกันออกไปในหนึ่งซีซัน พวกเราต้องลงเล่นหนึ่งเกมในทุกๆสามวัน ผมก็เลยจำเป็นต้องหมุนวนนักเตะ และก็ให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมด้วย” อัลเลกรี กล่าว

ย้ายไหมย้าย? “ฮาแลนด์” เปิดใจหลังถูกลือหนักจัดแจงซบ เชลซี ซัมเมอร์นี้

เออร์ลิง ฮาแลนด์ แนวรุกฟอร์มร้อนแรงของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ออกมาเปิดเผยเป็นครั้งแรกเกี่ยวกับอนาคตของตน หลังจากที่ตกเป็นข่าวกับ เชลซี ทีมมหาเศรษฐีจาก พรีเมียร์ลีก ตลอดช่วงซัมเมอร์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ตามรายงานจาก เดลี่เมล์

เชลซี ตกเป็นข่าวไล่ล่าตัว ดาวยิงวัย 21 ปี โดยมีกล่าวว่าพวกเขาพร้อมทุ่มเงินกว่า 150 ล้านปอนด์ พร้อมแถมนักเตะบางรายเป็นข้อแนะนำให้กับ “เสือเหลือง” พินิจ แม้กระนั้นก็โดนไม่ยอมรับเป็นที่เรียบร้อย

เว้นแต่ เชลซี แล้ว ฮาแลนด์ ยังมีข่าวกับ เรอัล มาดริด และก็ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่สนใจดึงแนวรุกรายนี้ไปล่าตาข่ายเหมือนกัน แม้กระนั้นก็ยังไม่มีรายงานหัวข้อการยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการจากทั้งคู่ทีม

อย่างไรก็ตาม ดาวซัลโวของดอร์ทมุนด์ ก็ได้ออกมาพูดถึงประเด็นนี้เป็นครั้งแรกหลังกลับมาเก็บเนื้อเก็บตัวช่วงพรีฤดูกาลกับสมาพันธ์ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยเจ้าตัวพูดว่าข่าวที่ออกมานั้นไม่เป็นความจริงอะไร

“ก่อนหน้าที่ผ่านมาผมไม่ได้คุยกับเอเยนต์ (ไม่โน่ ไรโอล่า) มาเป็นเดือนแล้ว ฉะนั้นคุณก็ได้คำตอบเรียบร้อย มันเป็นแค่ข่าวโคมลอย เพราะว่าค่าจ้างขนาดนั้นมันสูงมากๆสำหรับคนคนหนึ่ง”

“ผมยังเหลือข้อตกลงอีกสามปี ผมเป็นสุขที่ได้อยู่ตรงนี้ แม้กระนั้นแน่นอนว่าการได้แชมป์เกิดเรื่องที่สำคัญ เพราะว่าโน่นเป็นสิ่งที่ผมอยากได้” ฮาแลนด์ กล่าว

มาดริด ประเดิมอุ่นพ่ายแพ้ เรนเจอร์ส 2-1

เรอัล มาดริด เปิดฉากนัดหมายเตรียมพร้อมภายใต้การคุมกลุ่มของ คาร์โล อันเชลอตว่ากล่าว พ่ายแพ้ เรนเจอร์ส 2-1 ในกศึกบอลกระชับมิตรสมาคม

ศึกบอลกระชับมิตรสมาคม คืนวันอาทิตย์ที่ 25 เดือนกรกฎาคมที่ผ่านในสนาม ไอบร็อกซ์ สเตเดี้ยม ระหว่าง “กษัตริย์ชุดขาว” เรอัล มาดริด ลงไปในสนามพบ กลาสโกว์ เรนเจอร์ส แชมป์ลีกวิสกี้

เรอัล มาดริด วันนี้จะได้มาเยี่ยม ไอบร็อกซ์ สเตเดี้ยม ของแชมป์ลีกสก็อตอย่าง เรนเจอร์ส โดยวันนี้พวกเขายังขาดตัวหลักที่ไปรับใช้กลุ่มชาติผู้คนจำนวนมากและยังไม่ฟิตลงเล่น
ส่วนมากเลยเป็นชุดผสมดาวรุ่งแล้วก็ตัวที่ถูกปล่อยยืมกลับมาอย่าง มาร์ติน โอเดการ์ด และ ลูก้า โยวิช

ผลปรากฎว่า เรอัล มาดริด เปิดฉากนัดหมายเตรียมพร้อมภายใต้การคุมกลุ่มของ คาร์โล อันเชลอตว่ากล่าว พ่ายแพ้ เรนเจอร์ส 1-2 โดย เรนเจอร์ส ได้ประตูจาก ฟาชิออน ซาค้างลา นาทีที่ 55 เเละ เซดริช อิตโก้น นาทีที่ 77

ส่วน “กษัตริย์ชุดขาว” ได้ประตูจาก โรดรีหรูหรา นาทีที่ 8 เเละ เรอัล มาดริด ต้องมาเหลือผู้เล่น 10 คน เมื่อ ทุ่งนาโช เฟอร์นันเดซ โดนใบเหลืองลำดับที่สองแปลงเป็นใบแดง ถูกไล่ออกจากสนามไป นาทีที่ 76

สำหรับ นัดหมายถัดไป เรอัล มาดริด จะส่งท้ายเจอกับ เอซี มิลาน